เน็ทจ่าย 1 หมื่นล้านบาทคอนโดโรงแรม

20/09/2018 Off By condothai

THE NEST Property Co Ltd ซึ่งเป็น บริษัท ในกลุ่ม PM Group ของ Mahagitsiri ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตกาแฟท่ามกลางธุรกิจที่หลากหลายวางแผนที่จะใช้เงินลงทุนกว่า 10 พันล้านบาทเพื่อพัฒนาคอนโดมิเนียมและโรงแรมในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปี 2564

เน็ทจ่าย 1 หมื่นล้านบาทคอนโดโรงแรม

“เราวางแผนที่จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมมูลค่า 2 พันล้านบาทในปีพ. ศ. 2564 รวม 2 โครงการใหม่รวมมูลค่า 2 พันล้านบาทและเราได้ตั้งงบประมาณการลงทุน 2 พันล้านเพื่อพัฒนาโรงแรม 2 แห่งบนถนนเพลินจิตและนา Na Road ในปี 2020 และ 2021 “ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ฯ กล่าวว่า Ausana Mahagitsiri กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวานนี้

อัสสันากล่าวว่าในปีนี้ บริษัท มีแผนที่จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 2 โครงการรวมมูลค่า 3.6 พันล้านบาท มีการเปิดตัวโครงการ Nest Sukhumvit 64 มูลค่า 1.6 พันล้านบาทซึ่งมียอดขายถึง 80% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด ส่วนที่เหลือคาดว่าจะขายได้ภายในสิ้นปีนี้

โครงการ Next Sukhumvit 71 มูลค่า 2 พันล้านบาทจะเปิดตัวสู่ตลาดในเดือนสิงหาคม

โครงการ Next Sukhumvit 71 มูลค่า 2 พันล้านบาทจะเปิดตัวสู่ตลาดในเดือนสิงหาคม

บริษัท คาดว่ายอดขาย presale ทั้ง 2 โครงการจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 พันล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ โดยคาดว่าจะมีรายได้รวม 2 พันล้านบาทภายในสิ้นปี 2561 จากโครงการคอนโดมิเนียมที่มีอยู่บนถนนสุขุมวิท 22 และถนนเพลินจิต โครงการได้รับการขายออกและหน่วยจะถูกโอนไปยังลูกค้าตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้, Ausana กล่าว.

โครงการโรงแรมบนถนนเพลินจิตและถนน Na Na จะมีการบริหารจัดการโดยกลุ่มโรงแรม Rosewood ภายใต้แบรนด์ Penta โดยจะเริ่มดำเนินงานในปีพ. ศ. 2563 โดยมีต้นทุนการพัฒนาประมาณ 800 ล้านบาทโดยมีโครงการ Pentahotel ตั้งอยู่ที่ถนนเพลินจิต คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2565

สำหรับห้อง Pentahotel 250 ห้องบนถนนนาเกลือมูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านบาทงานพัฒนาจะเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2565 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567

โรงแรมทั้งสองแห่งจะสร้างรายได้ให้กับ บริษัท ได้ประมาณร้อยละ 10 เมื่อเสร็จสิ้นแล้วนายอัสซานนะกล่าว

แหล่งเงินทุนในการพัฒนาคอนโดมิเนียมและโรงแรมจะมาจากกระแสเงินสดเริ่มแรกของ บริษัท รวมทั้งจากเงินกู้ยืมจากธนาคารเธอกล่าวว่า ”

เธอกล่าวว่า บริษัท ฯ ยังคงขยายการลงทุนในกลุ่มโรงแรมและที่พักอาศัยอย่างต่อเนื่องจากความต้องการที่แข็งแกร่งของตลาดโดยเฉพาะในเขตศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ ความต้องการมาจากทั้งในและต่างประเทศ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายร้อยละ 70 มาจากตลาดภายในประเทศส่วนที่เหลือจากตลาดต่างประเทศเช่นจีนแผ่นดินใหญ่ฮ่องกงและสิงคโปร์

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายร้อยละ 50 คือกลุ่มที่ซื้อเพื่อเข้าพักขณะที่กลุ่มที่เหลือกำลังซื้อเพื่อลงทุนและจะนำคอนโดมีเนียมออกไปให้เช่าอัสสันากล่าว